การวางแผนเกษียณไม่ใช่เรื่องของคนใกล้เกษียณเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของคนวัยทำงานที่อยากรู้ว่าเมื่อวันหนึ่งหยุดทำงานประจำแล้ว จะมีเงินพอใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ค่ารักษา และเป้าหมายส่วนตัวหรือไม่
บทความนี้จะช่วยให้เข้าใจว่าแผนเกษียณคืออะไร ควรเริ่มคำนวณจากอะไร และจะมองช่องว่างระหว่างเงินที่มีอยู่กับเงินที่ต้องใช้ในอนาคตอย่างไร โดยไม่ฟันธงตัวเลขเดียวว่าเหมาะกับทุกคน
คำตอบสั้นๆ: เริ่มจากเงินที่ต้องใช้หลังหยุดทำงาน
จุดเริ่มต้นของการวางแผนเกษียณคือการประเมินค่าใช้จ่ายหลังหยุดทำงาน เช่น ค่าอาหาร ที่อยู่อาศัย เดินทาง สุขภาพ ครอบครัว และกิจกรรมที่อยากทำ จากนั้นจึงดูว่าจะใช้ชีวิตหลังเกษียณกี่ปี และมีรายได้หรือเงินออมจากแหล่งใดบ้าง
เมื่อรู้เงินที่คาดว่าจะต้องใช้และเงินที่คาดว่าจะมี จึงเห็น “ช่องว่าง” ที่ต้องเติมด้วยการออม ลงทุน หรือใช้เครื่องมือทางการเงินอื่นตามความเหมาะสม ทั้งนี้ผลตอบแทน เงินเฟ้อ และค่ารักษาเป็นเรื่องที่เปลี่ยนได้ จึงควรทบทวนแผนเป็นระยะ
วางแผนเกษียณคืออะไร
การวางแผนเกษียณคือการเตรียมเงินและแหล่งรายได้สำหรับช่วงชีวิตที่เราอาจทำงานน้อยลงหรือหยุดทำงานประจำ เป้าหมายไม่ใช่แค่มีเงินก้อนใหญ่ แต่คือมีเงินใช้จ่ายอย่างพอเหมาะกับวิถีชีวิต ความเสี่ยง และสุขภาพของตัวเอง
แผนเกษียณที่ดีควรมองทั้งรายจ่ายและรายได้ รายจ่ายคือสิ่งที่ต้องใช้หลังเกษียณ ส่วนรายได้อาจมาจากเงินออม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันสังคม เงินบำนาญ รายได้จากทรัพย์สิน หรือรายได้เสริม ขึ้นอยู่กับสิทธิและเงื่อนไขของแต่ละคน
ควรเริ่มคำนวณจากค่าใช้จ่ายแบบไหน
เริ่มจากค่าใช้จ่ายปัจจุบันก่อน แล้วแยกว่ารายการใดน่าจะลดลง หมดไป หรือเพิ่มขึ้นหลังเกษียณ เช่น ค่าเดินทางไปทำงานอาจลดลง แต่ค่ารักษาพยาบาลหรือค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพอาจเพิ่มขึ้นตามวัย
- ค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น อาหาร ที่อยู่อาศัย ค่าน้ำไฟ และค่าเดินทาง
- ค่าใช้จ่ายสุขภาพ เช่น ตรวจสุขภาพ ยา ประกันสุขภาพ หรือค่ารักษา
- ค่าใช้จ่ายครอบครัว เช่น ดูแลพ่อแม่ คู่สมรส หรือลูกหลาน
- ค่าใช้จ่ายไลฟ์สไตล์ เช่น ท่องเที่ยว งานอดิเรก หรือการเรียนรู้หลังเกษียณ
- เงินสำรองฉุกเฉิน สำหรับเหตุไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้น
ข้อมูลจากแหล่งความรู้ทางการเงินมักยกตัวอย่างว่าค่าใช้จ่ายหลังเกษียณอาจต่ำกว่าก่อนเกษียณ แต่ไม่ควรใช้เป็นคำตอบตายตัว เพราะแต่ละคนมีสุขภาพ ครอบครัว และไลฟ์สไตล์ต่างกัน
รายได้หลังเกษียณมาจากไหนได้บ้าง
หลังเกษียณ รายได้จากงานประจำอาจลดลงหรือหายไป จึงควรทำรายการแหล่งเงินที่คาดว่าจะมี เช่น เงินออม เงินลงทุน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สิทธิประกันสังคม เงินบำนาญ หรือรายได้จากทรัพย์สิน เช่น ค่าเช่า
แต่ละแหล่งรายได้มีเงื่อนไขต่างกัน บางอย่างได้รับเป็นเงินก้อน บางอย่างได้รับเป็นรายเดือน บางอย่างขึ้นอยู่กับผลตอบแทนและความเสี่ยงของตลาด จึงควรอ่านเงื่อนไขล่าสุดจากแหล่งทางการหรือเอกสารผลิตภัณฑ์ก่อนนำมาคำนวณจริง
ช่องว่างเกษียณคืออะไร
ช่องว่างเกษียณคือส่วนต่างระหว่างเงินที่คาดว่าจะต้องใช้กับเงินที่คาดว่าจะมี หากเงินที่คาดว่าจะมีน้อยกว่าเป้าหมาย ก็ต้องพิจารณาว่าจะเพิ่มเงินออม ลดรายจ่าย ขยับอายุเกษียณ หารายได้เสริม หรือปรับรูปแบบชีวิตหลังเกษียณอย่างไร
การเห็นช่องว่างเร็วช่วยให้มีเวลาปรับมากกว่า เช่น คนที่เริ่มวางแผนตั้งแต่วัยทำงานอาจทยอยออมและลงทุนตามระดับความเสี่ยงที่รับได้ ส่วนคนที่เริ่มช้าก็ยังสามารถทบทวนเป้าหมายและจัดลำดับความสำคัญใหม่ได้
สามารถดูภาพรวมเครื่องมือและประเด็นที่ควรทบทวนได้ที่ วางแผนเกษียณ
การเริ่มต้นไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกคน เพราะ การวางแผนเกษียณตามช่วงอายุ 30 40 และ 50 ปี มีโจทย์ต่างกัน
เมื่อต้องการเปลี่ยนเป้าหมายให้เป็นตัวเลข ลองดูวิธี ประเมินเงินเกษียณจากค่าใช้จ่าย ก่อนตัดสินใจเรื่องเงินออมหรือการลงทุน
สรุป
วางแผนเกษียณคือการเตรียมเงิน รายได้ และวิถีชีวิตสำหรับวันที่รายได้จากงานลดลงหรือหยุดลง จุดเริ่มต้นที่ควรทำคือดูค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ อายุเกษียณ ระยะเวลาที่ต้องใช้เงิน รายได้ที่คาดว่าจะมี และช่องว่างที่ต้องเติม
ไม่มีตัวเลขเดียวที่เหมาะกับทุกคน เพราะแผนเกษียณขึ้นอยู่กับสุขภาพ ครอบครัว ไลฟ์สไตล์ เงินเฟ้อ และความเสี่ยงที่ยอมรับได้ การทบทวนแผนเป็นระยะจึงสำคัญพอๆ กับการเริ่มต้นออม