บางคนคำนวณเงินเกษียณแล้วรู้สึกว่าเงินก้อนที่มีอยู่หรือกำลังจะออมดูเพียงพอ แต่ในความจริง แผนเกษียณอาจเปลี่ยนได้จากปัจจัยสำคัญ เช่น เงินเฟ้อ อายุที่ยืนยาวขึ้น และค่ารักษาพยาบาลที่อาจเพิ่มขึ้นตามวัย
บทความนี้จะอธิบายว่า 3 ปัจจัยนี้กระทบแผนเกษียณอย่างไร และควรทบทวนสมมติฐานอะไรบ้าง โดยไม่ฟันธงผลตอบแทนหรือรับประกันว่าแผนใดจะเหมาะกับทุกคน
คำตอบสั้นๆ: เงินที่ดูพอวันนี้อาจไม่พอในอนาคต
เงินเฟ้อทำให้ค่าใช้จ่ายในอนาคตสูงขึ้น อายุยืนทำให้ต้องใช้เงินนานขึ้น และค่ารักษาพยาบาลอาจเพิ่มขึ้นตามวัย เมื่อรวมกันแล้ว เงินก้อนที่ดูพอในวันนี้อาจไม่พอในช่วงเกษียณจริง หากไม่ได้เผื่อสมมติฐานเหล่านี้ไว้
การวางแผนเกษียณจึงควรทบทวนเป็นระยะ ไม่ใช่คำนวณครั้งเดียวแล้วจบ โดยเฉพาะเมื่อรายจ่าย สุขภาพ ครอบครัว หรือภาวะเศรษฐกิจเปลี่ยนไป
เงินเฟ้อทำให้ค่าใช้จ่ายในอนาคตสูงขึ้น
เงินเฟ้อคือภาวะที่ราคาสินค้าและบริการโดยรวมเพิ่มขึ้น ทำให้เงินจำนวนเท่าเดิมซื้อของได้น้อยลงในอนาคต หากวันนี้ใช้เงินเดือนละจำนวนหนึ่ง หลังเกษียณอีกหลายปี ค่าใช้จ่ายแบบเดียวกันอาจสูงกว่านั้นได้
ในการคำนวณเงินเกษียณ จึงควรเผื่อเงินเฟ้ออย่างระมัดระวัง และตรวจสอบข้อมูลเศรษฐกิจจากแหล่งทางการล่าสุดเมื่อใช้ตัวเลขประกอบแผนจริง ไม่ควรใช้ตัวเลขเงินเฟ้อหรือผลตอบแทนแบบตายตัวโดยไม่ทบทวน
อายุยืนทำให้ต้องใช้เงินนานขึ้น
ความเสี่ยงเรื่องอายุยืนคือการใช้ชีวิตหลังเกษียณนานกว่าที่เคยคาดไว้ ซึ่งเป็นข่าวดีในแง่คุณภาพชีวิต แต่เป็นโจทย์ใหญ่ของการเงิน เพราะเงินที่เตรียมไว้ต้องรองรับระยะเวลาที่ยาวขึ้น
หากวางแผนโดยคิดว่าจะใช้เงินหลังเกษียณเพียงไม่กี่ปี แต่ใช้ชีวิตจริงนานกว่านั้นมาก เงินออมอาจลดลงเร็วกว่าที่คาด จึงควรคิดเผื่อช่วงชีวิตหลังเกษียณหลายแบบ ทั้งกรณีปกติและกรณีที่อายุยืนกว่าคาด
ค่ารักษาพยาบาลอาจเพิ่มขึ้นตามวัย
เมื่ออายุมากขึ้น โอกาสใช้บริการสุขภาพ ตรวจรักษา หรือดูแลต่อเนื่องอาจเพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพจึงเป็นหนึ่งในรายการที่ไม่ควรมองข้ามในแผนเกษียณ แม้วันนี้จะยังแข็งแรงก็ตาม
การเตรียมรับมืออาจทำได้หลายทาง เช่น เงินสำรองสุขภาพ สิทธิรักษาพยาบาล ประกันสุขภาพ หรือการเลือกโรงพยาบาลที่สอดคล้องกับงบ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับสุขภาพ งบประมาณ และเงื่อนไขความคุ้มครองที่มีอยู่จริง
ควรทบทวนสมมติฐานอะไรบ้าง
แผนเกษียณควรมีสมมติฐานที่ตรวจสอบได้ และควรทบทวนเมื่อเวลาผ่านไป เพราะตัวเลขที่เคยเหมาะเมื่อหลายปีก่อนอาจไม่สะท้อนชีวิตปัจจุบันแล้ว
- ค่าใช้จ่ายต่อเดือนหลังเกษียณ
- อัตราเงินเฟ้อที่ใช้ในแผน
- อายุที่ต้องการเกษียณและจำนวนปีที่ต้องใช้เงิน
- ผลตอบแทนที่คาดหวังและระดับความเสี่ยงที่รับได้
- ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและสิทธิรักษาที่มี
- รายได้หลังเกษียณจากแหล่งต่างๆ
สรุป
เงินเฟ้อ อายุยืน และค่ารักษาพยาบาลเป็นปัจจัยที่ทำให้แผนเกษียณเปลี่ยนได้ เงินที่ดูพอวันนี้จึงอาจไม่พอในอนาคต หากไม่ได้เผื่อค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ระยะเวลาที่ใช้เงินนานขึ้น และความเสี่ยงด้านสุขภาพ
การรับมือที่ดีคือไม่ฟันธงตัวเลขครั้งเดียว แต่ทบทวนสมมติฐานเป็นระยะ ใช้ข้อมูลจากแหล่งทางการล่าสุด และเลือกวิธีออม ลงทุน หรือบริหารความเสี่ยงให้เหมาะกับชีวิตจริงของตัวเอง